อัพวันนี้เพราะคุณแม่ขอร้อง

(ม๊ากำชับหนักหนาว่าคุยเรื่องงาน ได้เรื่องเป็นไงให้มาเล่าสู่กันฟังบ้าง)

 

 

 

วันนี้เลิกเรียนปั๊บ พี่กิฟก็โทรเข้ามาหาทันที บอยก็เลยรีบพุ่งจู๊ดดด ออกไปหาทันทีเช่นกัน

 

นัดกันที่หน้าร้านกาแฟ สตาร์บัค แถวรร. ....บอยก็ถามพี่เค้าซะนานสองนานว่าร้านมันอยู่ตรงไหน?? เพราะจะว่าไปก็ไม่เคยเห็นร้านกาแฟสตาร์บัคแถวรร.ซะที.....จากที่ฟังนี่ มันฟังเหมือนว่าจะอยู่ใกล้ๆ สถานี.....แต่ก็ว่าไม่เคยเห็นแฮะ

 

กลัวพี่เค้ารำคาญ ก็เลยบอกไปว่า เดี๋ยวไปเจอที่หน้าร้านกาแฟละกันครับ ถ้าหาไม่เจอจริงๆผมจะโทรไปหาอีกที

 

แล้วก็เดินไปทางไปสถานีรถไฟ...กะว่า จะไปเดินดูแผนที่หรือลองเดินๆหาดูแบบมั่วๆเอา

 

พอ ดีตอนจะเดินข้ามถนนไปก็เจอกลุ่มเพื่อน(สาวๆ)เกาหลี เค้ากำลังจะข้ามถนนไปขึ้นรถไฟกลับบ้านที่สถานี ก็เลยถามซะเลยว่า เคยเห็นร้านกาแฟ สตาบัค แถวนี้ป่าว????

 

ถามไปปั้๊บก็แทบจะโดน คำตอบยัดกลางแสกหน้ากลับมา...... เพราะว่าทั้งกลุ่มก็พร้อมใจกันชี้ไปที่อีกผั่งของถนน เยื้องๆไปทางซ้าย....ทางที่บอยไม่เคยเหยียบย่างเดินไปเลยตลอดครึ่งปีที่ เรียนที่นี่มา

 

(จากหน้าถนน เดินข้ามไปเป็นสถานีรถไฟ ด้านขวาเป็นทางไปบ้านเพื่อน ด้านซ้ายจะเป็นพวกตึกสำนักงานและออฟฟิส........ดังนั้นก็เลยไม่เคยเดินไปทาง นั้น(ซ้าย)ซะที....)

 

 

ข้ามถนนไปกะพวกเค้า ขอบอกขอบใจแล้วก็ตรงดิ่งไปรอที่หน้าร้านกาแฟซะ.....เดินนิดเดียวก็ถึง(ใกล้เกิ๊น)

 

 

รอซักพักก็เจอผู้หญิงคนนึง...ซึ่งบอยเห็นทีแรกก็แน่ใจว่าต้องเป็นคนไทยชัวร์......

(น่ารักนะเอ้อ.......ไม่ได้โม้......)

(เค้าเห็นบอยตอนแรกนี่ ดูลังเลนิดๆแฮะ.....สงสัยไม่แน่ใจว่านี่มันเป็นพม่าหรือคนจีนกันแน่..ฮ่ะๆๆ)

(เหมือนนัดบอดเลยป่ะ?)

 

 

ก็ ทักทายพี่เค้า แล้วพี่เค้าก็ชวนไปดูร้านที่กำลังทำอยู่ (จะเปิดต้นเดือนหน้า) ว่ามันอยู่ตรงไหน ...ซึ่งร้านมันก็อยู่ตรงทางลงไปไปสถานีรถไฟใต้ดินที่ทะลุกะโซนร้านค้าหรือ อะไรซักอย่างอ่ะ.....(ทางลงนี่อยู่ติดตรงร้านกาแฟเลยน่อ)

 

 

เค้าก็กำลังก่อสร้างกันอยู่ พี่เค้าก็เลยชวนไปนั่งในร้านกาแฟต่อ เพื่อสัมภาษณ์ พูดคุยอะไรๆกันไป

 

ก็ ได้ความว่าพี่เค้าจบเอกญี่ปุ่นที่ไทย มาเรียนต่อที่นี่ (รร. CBC) แล้วก็มาทำร้านอาหารไทยที่นี่ (เจ้าของเป็นคนเกาหลี?? ซะงั้นนะ...)

 

ก็ ทำมาเรื่อยจนได้เป็น ผจก.ร้านที่เจ้าของไว้วางใจ ซึ่งตอนนี้นอกจากร้านเก่าที่พี่เค้าเป็นผจก.อยู่แล้ว ร้านที่กำลังจะมาเปิดใหม่ที่นี่ พี่เค้าก็เป็นผู้ดูแลเหมือนกัน (ควบสองที่)(เจ๋งว่ะ)

 

ตอนนี้ไม่ได้เรียนแล้ว เพราะสอบอะไรๆได้ไปหมดนานแล้ว (ได้อิกคิว(ระดับหนึ่ง)ไปแหล่ว) ตอนนี้คาดว่าน่าจะทำงานเต็มตัว(ทางบริษัทจ้างและต่อวีซ่าให้)

 

คุยเก่งมาก อัธยาศัยดี เป็นคนฉึบฉับๆ แบบว่าพูดเร็วทำเร็วคิดเร็วอะไรประมานนั้น 

(ไม่ได้ถามอายุ แต่น่าจะแก่กว่าบอยไม่กีปีนะ)

 

(ตกลงสัมภาษณ์เค้าหรือกรูวะเนี่ย?) 

 

 

 

พอดีเมื่อวานตอนกลับจากรร. บอยมีเข้าไปเซเว่นไปซื้อแบบฟอร์มกรอกรีซูเม่

(แบบฟอร์มเอาไว้กรอกประวัติเพื่อยื่นสมัครงาน)

(ในห่อมีแบบฟอร์มสี่ชุด มีกาวสองหน้ามาให้เอาไว้แปะรูป พร้อมซอง ราคาประมาน ไม่เกินสองร้อยเยน)

 

เมื่อวานก็มากรอกประวัติ(คดีความ)ต่างๆพร้อมติดรูปเตรียมพร้อมไว้เรียบร้อยแล้ว ก็เลยเอามามอบให้พี่เค้า......

การสัมภาษณ์ จริงๆแล้วก็เหมือนพูดคุยกันเรื่อยๆ เหมือนเพื่อนคุยกันมากกว่า

(คุยกันเป็นภาษาไทยปนญี่ปุ่น)(ดูไฮโซป่ะ?? โฮ่ะๆๆ)

 

ก็คุยกันว่า......

  • บอยมานานเท่าไหร่แล้ว?
  • หอพักอยู่ไหน?
  • เรียนที่ไหน?
  • ทำไมเลือกมาเรียนที่นี่?
  • ตอนนี้เรียนถึงไหนแล้ว?
  • เอาหนังสือมาดูหน่อย....
  • พี่ว่าที่พี่เรียนมันเวลาเรียนนานกว่านะ......แต่ที่บอยเรียนก็เนื้อหาการเรียนไม่เลว (ไม่เกี่ยวกะงาน....ฮ่ะๆๆ)
  • อยากทำงานวันไหนบ้าง?
  • เอกสารเพิ่มเติมที่พี่เค้าต้องการ
  • รูปแบบพนักงานที่พี่เค้าต้องการ (เผื่อบอยชักชวนเพื่อนมา)(หรือปรับปรุงตัวให้พร้อม)
  • ปัญหาที่พี่เค้าเคยเจอจากเด็กรุ่นก่อนๆ
  • เรทราคาค่าแรง และ วันจ่ายเงินเดือน
  • ฯลฯ

 

สรุปใจความได้ว่า (เหมือนทำรายงานส่งเลยแฮะ)

  • เค้าบอกว่า เค้ารับบอยเลย...เตรียมมาทำได้เลย....(เหอ???)
  • เงินเดือนจ่ายทุกวันที่ 20 ของเดือนถัดไป ให้เตรียมเอกสารมาให้เรียบร้อย(ใช้โอนเอา)
  • ร้านเปิดต้นเดือนหน้า (มิถุนายน)
  • เสาร์อาทิตย์ สิ้นเดือนนี้ก่อนร้านเปิด(เปิดสาขาใหม่) จะให้มาช่วยกันทำความสะอาดร้าน จัดเฟอร์นิเจอร์ แล้วเค้าก็จะได้สอนงานไปด้วย
  • งานที่ทำ....พี่เค้าอยากให้ได้ทุกอย่าง...(ในครัว/นอกครัว) บอยก็ไงก็ได้..เฉยๆ ทำได้หมดอยู่แล้วล่ะ
  • ค่าแรงเริ่มต้นที่ชม.ละ 850 เยน พร้อมค่าเดินทางต่างหาก (ต่อไปอาจเพิ่มเป็น 900 หละ)
  • (เพื่อนๆที่ไปทำร้านอื่น เค้าบอกว่า ปกติของร้านทั่วไปเค้าเริ่มต้นกันที่ 800 เยน/ชม.อ่ะ...)
  • (แปลกใจปนสงสัยและดีใจ......งงๆแฮะ)
  • มีเสื้อของที่ร้านให้....ใส่ขายาวและรองเท้าผ้าใบมาประกอบซะ (วันนี้บอยใส่แตะไป...แฮ่ๆ)
  • เค้า บอกว่าวันที่เรียกมาช่วยทำความสะอาด เค้าจะคิดเงินให้แล้วจะโอนให้พร้อมเงินเดือนงวดแรก (ถึงพี่ไม่ให้ ผมก็คงไปอยู่แล้วคร้าบบบ...)
  • ระหว่างนี้เค้าอาจจะให้บอยไปลองงานที่ ร้านสาขาเก่า(ก็ไม่ไกลจากรร.เหมือนกัน) เพื่อดูว่าทำงานเป็นไง แล้วก็เผื่อรู้จักคนที่สาขาอื่นไว้บ้าง
  • เค้าก็บอกว่า ก็มาลองมาเริ่มด้วยกัน ถ้าไม่เข้าใจก็ถาม หรือคิดว่ามีความคิดเห็นยังงัยก็บอกได้ มาเริ่มจากศูนย์กัน.....
  • อืมมม...นึกใม่ออกละ....

 

 


นอกจากเรื่องงาน ก็คุยกันนอกเรื่องไปเรื่อย.........

(ฟังไปแล้วรู้สึก...เออ พี่เค้าฮาๆดีว่ะ ตรงๆ โผงผาง งงๆ ดี)

 

มีตั้งแต่......

  • วิธีบริหารร้านสไตล์พี่เค้า
  • ความซื่อ(บื้อ)ของพนักงานที่เคยรับมาทำ
  • แนวทางการสอบวัดระดับภาษาญี่ปุ่น
  • ประวัติส่วนตัวพี่เค้า....(แฟน, ที่บ้านอยู่ไหน? ทำอะไร?)
  • แถวนี้มีร้านนั่นนู่นนี่้ไม๊?
  • ตารางเวลางานของเด็กที่ร้่านอื่น เผื่อบอยอาจช่วยเค้าทำตารางในคอมได้
  • พี่เค้าจะกลับไทยไปงานแต่งพี่สาวตอนต้นเดือนที่ร้านมันกำลังเปิดทำไงดี? ไปไม่ไปดี? (ปรึกษา)
  • ฯลฯ


แล้วก็จบการสัมภาษณ์(แบบเพื่อนสาวคุยกัน) ตอนประมานหกโมงกว่าๆ (จากสี่โมงครึ่งกว่าๆ)(พี่เค้าต้องกลับไปดูร้าน)

 

ก็ดีนะ...รู้สึกดีแฮะ....งงๆฮาๆดี......

 

 

จะว่าไป ที่ได้มาเจอพี่เค้า ได้งานนี้ก็บังเอิญจริงๆเลยอ่ะ เพราะว่า.......

 

 

วันนั้นน้องปิง(น้องคนไทยที่มาใหม่) ชวนไปเดินเที่ยว หาของกิน หลังเลิกเรียนกัน

ซึ่ง โดยปกติแล้วบอยก็ไม่ค่อยจะไปน่ะ (แปลกแยกจากเพื่อนฝูง) เพราะว่าปกติบอยทำกับข้าวกินเองอยู่แล้ว ถ้าไปกินข้างนอก ก็เปลือง แถมของที่ซื้อมาก็รอเน่าพอดี....แต่ก็ไม่รู้ทำไมวันนั้น ถึงได้ไปซะงั้น.......

(เบื่อมั้ง?)

 

ก็ไปลงเดิน ที่โกทันดะกัน ฝนก็ตกปรอยๆ แต่ก็ยังเสือกเดินกันไปเรื่อยๆ (เพราะปิงมันอยากเดิน)(ปกติฝนตกบอยไม่นิยมเลยนะเนี่ย)(ตามใจชายชู้....ฮ่ะๆ)

 

ระหว่างที่เดินดูร้านของกินกันไป ก็ไปสะดุดกะร้านอาหารไทยชื่อร้าน " รักษ์ไทย "

 

แล้วก็อะไรไม่รู้ดลใจ ให้เดินเข้าไป ถามพี่ในร้านเค้าว่า 

 

 

" ที่นี่รับเด็กทำไบท์ ไม๊ครับ? "

 

 

(เป็นภาษาไทยล้วนๆ)(กล้ามากกก มึงกล้ามาก...)

(อย่าสงสัย.......เพราะบอยเลือกถามคนที่หน้าตาไทยๆซิจ๊ะ)

 

 

พี่ คนนึงในร้าน(ผู้ชาย)เค้าก็ใจดีเหลือหลาย เดินเอานามบัตรร้านมาให้ (มีเบอร์โทร และแผนที่ของทุกร้านพร้อม) พร้อมบอกว่าที่ร้านนี้ตอนนี้ไม่รับคน แต่ร้านอื่นไม่แน่ ให้ลองโทรไปดู พร้อมบอกชื่อเท็นโจ้ของทุกร้าน(มีสามร้าน) และ กำชับอีกทีว่า ถ้าไงให้ลองโทรมาวันจันทร์หน้าอีกที (วันที่ไปถามเป็นวันพฤหัสมั้ง) เพราะ เทนโจ(ของร้านนี้)ที่ชื่อกิฟ (พี่กิฟ) กำลังจะย้ายไปประจำสาขาใหม่ที่กำลังจะเปิดแถวทามาจิ (รร.กรูนิ) กำลังต้องการคน ลองดูๆ

 

ก่อนจากกัน ก็ขอบคุณ พร้อมถามชื่อพี่เค้าไว้

 

" พี่ชื่อ บอย ครับ "

 

(ตลกเนาะ......แต่บอยไม่ได้บอกเค้าว่าบอยชื่อบอยเหมือนกัน.....ก็ยิ้มๆ ขอบคุณ หวัดดีพี่เค้าแล้วก็เดินไป)

(บอย...เพื่อ...บอย)

 

 

 

(วันถัดมาก็โทรไปร้านสาขาอื่นๆ ได้ความว่าไม่รับเหมือนกันหมด แต่พี่ที่เค้ารับโทรศัพท์(คนไทย) ก็บอกเหมือนกันว่าให้ติดต่อพี่กิฟ)

 

จากนั้นบอยก็เลยโทรไปหาเค้า(พี่กิฟ)วันจันทร์ถัดมา....โทรไปไม่มีคนรับ....ไม่เป็นไร พรุ่งนี้ก็ได้....

 

วันถัดมาพอเลิกเรียน ก่อนไปเล่นบาสก็โทรไปอีกที..........คราวนี้ได้คุยกะพี่กิฟเลย

แล้วก็เลยนัดแนะกันออกมาเป็นเหมือนที่เล่าไปข้างบนนั่นแล

 

 

(ตอน แรกนึกว่าจะเน่าซะแล้ว เพราะตอนคุยโทรศัพท์กัน พี่เค้าบอกว่าร้านจะเปิดใหม่นี้ พี่เค้าอยากได้คนที่เคยทำงานพิเศษร้านอาหารไทยมาแล้วมากกว่า (เพราะน่าจะคล่องกว่า แล้วก็จะได้ช่วยพี่เค้าเรื่องระบบระเบียบต่างๆของร้าน แบบว่าไม่ต้องสอนงานมากน่ะ)

(นี่บอยมาแบบไม่เคยเลย....เค้าก็พูดแบบ ลังเลๆอ่ะ(ประมานว่า เอ่อออ จะทำได้หรอ หรือต้องมาสอนอีกหรอเนี่ย?)......บอยเลยต่อรองว่า ได้ไม่ได้ไม่เป็นไร เอาไว้ให้ผมไปเจอพี่ ลองคุยกันก่อนได้ป่าว? ก็เลยได้เจอจนได้เนอะ)

 

 

ชีวิตนี้มีแต่เรื่องบังเอิญแฮะ........

 

 

ชอบได้ไปเริ่มอะไรใหม่ๆ แบบเริ่มสร้างอะไรใหม่ๆไปกะชาวบ้านเค้า......

(บริษัทที่เคยเข้าไปทำงานมาก็มักเป็นประมานนี้แฮะ....)

 

 

แถมมักได้ดีเพราะผู้หญิง(รอบตัว)อีกต่างหาก.......

 

 

นี่เค้าเรียกดวงนารีอุปถัมย์หรือเปล่าหว่า?

 

 

 

 

 

ปล.

เมื่อ คืน พี่โย (เค้าดูแลเรื่องพนักงานทำไบท์ที่ร้านที่น้องส้มทำไบท์อยู่) เค้าโทรมาหา ถามข้อมูลต่างๆ เพราะบอยมีบอกส้มไปว่าอยากหาไบท์ทำ น้องส้มเลยแนะนำพร้อมให้เบอร์บอยไป เค้าก็บอกว่ายังงัยก็จะเสนอเทนโจ้ให้นะ

(ถามประมานเดียวกัน..... มานานเท่าไหร่แล้ว?, บ้านอยู่ไหน?, อยากทำวันไหนบ้าง? ประมานนี้)

ก็ขอขอบใจน้องส้มมา ณ ที่นี้ด้วยคร้าบบ

 

 

 

ปล.

พอจะมามันก็มาพร้อมๆกัน ง่ายๆ ดีแฮะ....

ตอนดิ้นๆนี่....มันจะไม่มา...มันก็ไม่มาอ่ะ

ก็งี้ประจำอ่ะ......ถ้าปล่อยสบายๆ.....เดี๋ยวดีเอง......(แต่ต้องเตรียมพร้อมในระดับนึงนะ)

เพราะ อย่างนี้แหละ นิสัยบอยเลยเป็นแบบว่า ไม่ค่อยดิ้นรน รีบร้อนเท่าไหร่....คือแบบว่าพอมันจะมามันก็มาเองอ่ะ.....ไม่รู้ว่ะ..... เฉื่อยเนอะ.......

 

 

 

ปล.

เสาร์อาทิตย์นี้จะไปลุยงานออกร้านอาหารไทย(ไทยเฟส) ที่ฮาราจูกุ สวนโยโยงิ ลองดูกันซักตั้งวะ....

(ไปทำกะร้านของเกรียง)(ร้านเกรียงไปออกร้านแล้วต้องการคนเพิ่มในงานนี้เป็นกรณีพิเศษ)

(เห็นพยากรณ์อากาศบอกว่าฝนจะตกด้วยนะเนี่ย.....เอาเข้าไป)

 

 

 

ปล.

กระซิบถามพี่กิฟว่างานพวกออกร้านแบบนี้เป็นไง(พี่เค้าไปทำมาสองปีละ ปีนี้ไม่ทำ กะไปเดินเที่ยวอย่างเดียว) พี่เค้าบอกว่า.......

" รับรอง......เหนื่อยรากเลือดแน่นอน น้องเอ้ย "

 

 

 

ปล.

ถามว่าร้านพี่เค้าไปออกหรือเปล่า? พี่เค้าบอกว่าเปล่า เพราะ กำลังภายในยังไม่ถึง......เลยไม่(ได้)ไป

อืม....ไปลงเรียนกังฟูน่าจะดีแฮะ....ต่อไปจะได้มีกำลังภายในกะเค้าบ้าง..(ฮ่าๆๆ)

 

 

 

 

ปล.

 

ถ้าไม่ได้เขียนถึงเค้าคงนอนไม่หลับ.....

....เฮียห่าล้างโลก....

 

วันนี้ไฟในห้องนอนของมันเปิดไม่ติด.....มันก็เลยเดินมาเคาะห้องบอย บอกว่าไฟห้องมันเปิดไม่ติด ทำไงดี? 

ตอนแรกบอยก็กะไม่เดินไป ก็บอกไปว่า....

 

....คงเสียมั้ง เอาไว้ไปบอกอาจารย์ที่รร.พรุ่งนี้ดิ.... (บอกกูทำไมวะ?)

 

 

มันก็ยังแบบว่า...น่ามาดูหน่อย มาดูหน่อย......

(อ่ะๆๆ ไปก็ได้....ไรของมึงเนี่ย???....ถ้ากรูไม่เดินไปดู มึงจะลงไปนอนดิ้นถูขารึเปล่าเนี่ย?)

 

 

เดินเข้าไปในห้องมัน ห้องมันก็มืดๆ มันก็บอกว่าเนี่ยๆ เปิดสวิตท์ไฟ(ที่ข้างห้อง) แล้วก็ไม่ติด สงสัยจะเสีย.....

แต่ระหว่างที่มันพูดไป มันก็ เอามือไปดึงเชือกที่ติดอยู่กะไฟเพดาน ดึง ต๊อกแต๊กๆ.....

 

....ปริบ....ปริบ....

 

.....ผ่างงง.......

 

แล้วบัดดล แสงสว่างก็ก่อกำเนิด

 

 

แล้วมันก็อุทานมาว่า.....อ่าว...ไม่เสียนี่หว่า???

(เออ...... กูก็ไม่ได้ตาบอดว้อยยย)

(ยังอุตส่าหันมายิ้มอย่างหล่อ พร้อมขยิบตาให้ บอกว่าไฟมันไม่เป็นไรแล้วหละ)

(มึงจะขยิบตาเก๊กหน้าหล่อทำหอยอะไรฟระ....ไอ้ ไิอ้ ไอ้........

 

ไอ้ห่านเอ้ยยยยยยยยย!!!!

 

 

(ไฟ ในห้องของญี่ปุ่นมันจะมีเชือกห้อยลงมาให้ดึงเพื่อ ปรับระดับไฟได้ แบบว่าหรี่ได้หลายระดับ หรือปิดเลยก็ได้ แทนที่จะต้องไปกดสวิตท์ที่มุมห้อง)

(หรือบางแห่งก็จะไม่มีสวิตท์ไฟ แต่ใช้เชือกเป็นตัวปิด เปิด และหรี่ไฟไปเลย)(เข้าใจใช่ป่ะ?) 

 

ก็เดินออกมาแบบว่า...... อยากเอาเท้าลูบหน้ามันอย่างเอ็นดูนิดหน่อย......

(ทำกับข้าวกินดีกว่า....ไร้สาระว้อยยยยย)

 

 

ทำกับข้าวกินอยู่...ไอ้คิมซังก็เดินออกมาจากห้องแบบงัวเงียแบบว่า สราดดด เปิดไฟทำไมวะ? กรูนอนอยู่.....

(เข้าใจละ ไอ้คิมดึงเชือกปิดไฟนอน....เฮียพม่าก็ไม่รู้เรื่องก็นึกว่าเสีย....เฮ้อ......ลำบากกูอีก....)

 

 

 

ปล.

สุดท้ายละ.....อีกซักดอก....

 

พักนี้เฮี่ยห่านพม่่า ไม่รุ้เป็นไร จะทำห่านอะไร ก็มักจะยิ้มๆ พร้อมขยิบตา ตลอด

(แบบที่ในหนัง เวลาพระเอกจะให้ท่า่สาวแล้วชอบทำ แบบขยิบตาปิ๊งๆอ่ะ ที่มันเสี่ยวๆอ่ะ)

คือก็ไม่รู้มันไปได้อารยธรรมแบบนี้มาจากไหนนะ...หรือว่ามันจะฝึกไปหาอะไรก็ไม่รู้....ไอ้อะไรเสี่ยวๆเนี่ย....

 

แต่กรูโคตรรำคาญใจเลย........

(คือ แบบว่า......มันไม่ได้ช่วยให้มึงดูดีขึ้นมาเลยอ่ะ...แถมทำหน้าปัญญาอ่อนแบบ ไม่สำนึกผิดเวลาเค้ามาด่าเพราะเมิงไปทำความวิบัติเอาไว้เนี่ย.....แทบอยาก เอาปากกาทิ่มตาแม่มซะ...จะขยิบไปไหน???)

 

......มึงจะหล่อไปไหนเนี่ย??....

.......ขยิบ(ให้กู)ให้ตาย....กรูก็อยากเอาตรีนลูบหน้าเอ็งอยู่ดี......... 

 

ไฟดับ.......หล่อ (ขยิบตา) 

ดูดบุหรี่ในส้วม........หล่อ (ขยิบตา)

เอาของชาวบ้านไปใช้........หล่อ (ขยิบตา)

ล้างจานมักง่าย.......หล่อ (ขยิบตา)

เปิดน้ำทิ้งไว้ท่วมห้องน้ำ........หล่อ (ขยิบตา)

 

อืมมมม......

 

หล่อ...ฉิบหาย  มัน(มีตัวเป็นๆ)เป็นอย่างนี้นี่เอง........

 

Comment

Comment:

Tweet

ดีเหมือนกันนะ เริ่มงานไปพร้อมๆกันกับเขา
แบบต่อไปอาจกลายเป็นผู้ช่วยคนสนิทอะไรประมาณนั้น
ประมาณว่าเวลามีปัญหาอะไร(ทั้งงานทั้งชีวิต)ก็จะได้มีคนปรึกษา ไว้ใจอะไรยังงี้ได้ ได้ทั้งงานได้ทั้งเพ่อน แถมมีเงินใช้อีกต่างหากbig smile

#4 By ลูกคนโตเอง on 2009-05-15 18:58

ฆ่า หมกห้องเลยดีไหม หึหึbig smile

#3 By Hua(-_-") (125.200.89.247) on 2009-05-15 13:40

ดีใจด้วย

จะได้ไม่เหงาแล้วนะ

#2 By momoocha on 2009-05-15 06:10

ดีใจด้วยนะที่เอ็งได้งานและถูกโฉลกกะเทนโจ้ใหม่
ไม่จำเป็นต้องทำเฉพาะเสาร์อาทิตย์ก็ได้นะ ทำตัวให้ยุ่งๆไว้ ม๊าจะได้ดีใจ เอ็งจะได้ได้ตังค์ด้วย

#1 By ม๊าเอง (124.120.226.246) on 2009-05-15 00:29