วันนี้เพิ่งกลับมาจากทำงานที่ร้านครับ....เหนื่อยรากแตกมาก......

(วันนี้คนกินล้นหลาม....ขายได้ 400,000 เยนอ่ะ.....เหนื่อยว่ะ.....)

 

 

แต่ได้กินข้าวอิ่ม...ได้อาบน้ำสบายตัวละ...ขอแวบมาจัดการเรื่องนี้ซะหน่้อย.....

 

 

จากครั้งที่แล้วที่ติดเอาไว้

 

ซึ่งก็คือเรื่องที่ไปเทรนการรินเบียร์มานั่นเอง.....

 

คือว่า มันก็ไ่ม่ได้มีหลักการอะไรมากมาย...... จริงๆแล้วมันก็เป็นการมาสอนความรู้เกี่ยวกะเบียร์ ในด้านการใช้งานจริง นั่นเอง.....งงมะ?

 

(เบียร์ดีต้องหมักนานเท่าไหร่, ข้าวบาเล่ห์พันธ์อะไร, อุณหภูมิเท่าไหร่...บลาๆๆ...ไอ้พวกเนี๊ย.......ไม่มี)

(แล้วเมิงจะพูดทำไม) 

 

 

สรุปแล้วก็คือว่า 

 

วันนั้นมีเจ้าหน้าที่ของเบียร์ อาซาฮี มาสอนอะไรต่างๆเกี่ยวกะเบียร์ของเค้า เพื่อให้เบียร์ที่ร้านเสริฟให้ลูกค้า ให้ได้รับความอร่อยของเบียร์ของเค้าได้อย่างสูงสุด....

 

บอยก็ไปที่ร้านตามเวลานัด (ที่พี่กิฟบอกมา) ก็มีเจ้าหน้าที่มารออยู่แล้ว พอได้เวลา เค้าก็ให้ทุกคนมานั่ง พร้อมกับแจกเอกสารประกอบการบรรยาย (เป็นแฟ้มกระดาษปกแข็ง พร้อมเอกสารแยกเป็นสัดส่วนต่างๆ ในหัวข้อต่างๆกัน สี่สีตลอดเล่ม...สวยงามมั่กๆ)

 

 

เอิ่ม...ข้างๆเป็นถุงกับข้าวที่ผมห่อกลับบ้านมากินครับ...แฮ่ๆๆ

Photobucket

 

 

สวยงาม น่ารัก น่าสะสมชิมิ

Photobucket

 

 

แล้วเฮียแกก็เปิดวีซีดี (เปิดจากเครื่องเล่นวีซีดีแบบพกพาที่มีจอด้วยเหมือนของม๊าอ่ะ แต่เครื่องเล็กๆนะ) ที่อธิบายเกี่ยวกับขั้นตอนต่างๆไปด้วยให้พวกเราดู พร้อมทำความเข้าใจไปกับเอกสารที่แจกมา

(เป็นญี่ปุ่นหมด.....ไม่เข้าใจว้อยยยยยยย)

(คือดูๆไปก็พอเดาได้แหละว่าหมายถึงอะไร...)

(แต่โคตรเบื่อพวกแบบนี้เลยอ่ะ.......คือ.....มันต้องมีฉากแบบว่า มีใครซักคน ออกมาจากซักมุม มานั่งซัดผลิตภัณฑ์นั้นๆ(เบียร์) แล้วทำหน้าแบบว่า " โอ้วววว ซาร่า ... อร่อยฉิบหายไปเล้ยย "...... ไม่รู้ดิ ดูแล้วแบบ.....ตอแหลสุดๆอ่ะ...)

 

 

หลังจากดูไปจนจบ (ใช้เวลาประมาน 10 กว่านาที)

ในหนังที่ดูและเอกสารประกอบมีเนื้อหาประมานนี้

  • ขนาดและบรรจุภัณฑ์แบบต่างๆ
  • ระบบการทำงานและส่วนประกอบต่างๆของเครื่องกดเบียร์
  • การปรับแก๊ซเพื่อให้สมดุลกะอุณภูมิของเบียร์ (เพิ่งรู้นะเนี่ยว่าเบียร์ก็ต้องอัดแก๊สก่อน)
  • การรินอย่างถูกวิธี (เพื่อไม่ให้แก๊สในเบียร์มันกระจายออกไป)(เดี๋ยวอธิบายอีกที)
  • การล้างทำความสะอาดและการถอดชิ้นส่วนต่างๆ

 

 

แล้วก็มาถึงเวลาของการสาธิตจริง

 

คือเค้าก็เอาเบียร์ของเค้าเองมาหนึ่งถังเล็ก(สำหรับสาธิต)(กินได้จริงนะ)(แต่เป็นรุ่นถูกสุดอ่ะ)(ประมานสิบลิตรมั้ง)

 

เค้าก็เอามาให้ลองต่อก่อน..........

(ต่อกะระบบของที่ร้านนั่นแหละ)

(เอิ่ม......ถ้าไม่อธิบายส่วนประกอบก็คงจะไม่เห็นภาพซินะ......)

 

คือเบียร์ที่มาจากโรงงานอ่ะ...มันจะมาเป็นถังๆ ใช่ป่ะ...ซึ่งโดยปกติแล้วเนี่ย....

 

เค้าก็ต้องเอาเบียร์มาผ่านระบบทำความเย็นก่อน...ซึ่งบางที่มันก็จะเป็นตู้ทำความเย็นแยกต่างหากจากปลายท่อที่เบียร์ออกมาหรือบางทีระบบหล่อเย็นนี้มันก็จะอยู่รวมกันโดยมันจะมากระจุกก่อนออกจากปลายท่อที่ส่งเบียร์ออกมาเลยทีเดียว......

(อย่างที่เราเห็นในร้านอาหารเป็นแท่งๆ แท่นๆ งอกๆออกมาจากเคาเตอร์ที่เค้ากดเบียร์มาเสริฟเราฟู่ดๆนั้นน่ะ ข้างล่างนั่นจะมีเจ้าตู้นี้อยู่)(ส่วนมากแท่นที่กดเบียร์จะเป็นสีทองๆเหมือนยอดหอคอยที่ดูอลังๆอ่ะ)

(ถ้าเห็นที่กดเบียร์มันเป็นเหมือนตู้น้ำ ที่มีก๊อกงอกออกมาจากตู้ นั่นก็คือตู้แบบที่ระบบหล่อเย็น มากระจุกอยู่ตรงปลายท่อที่ปล่อยเบียร์ออกมาเลยครับ)

 

ซึ่งระบบการทำงานของมันก็เหมือนกันครับ....ไอ้ระบบที่ว่าเนี่ยมันก็จะมีน้ำอยู่ข้างใน(หรือน้ำแข็ง)...มีเครื่องทำความเย็น(ให้น้ำในนั้นมันเย็น) แล้วก็มีท่อขดๆอยู่ในไอ้น้ำเย็นนั่นอ่ะ...ซึ่งพอเราต่อหัวท่อเข้ากะถังเบียร์ (และท่อแก๊ซแล้ว...เพื่อให้มันมีแรงดันเบียร์ออกจากถังให้เบียร์เดินเข้าสู่ระบบ)

พอเราเปิดปลายก๊อก.....เบียร์ก็จะเดินทางผ่านระบบหล่อเย็นที่ว่านี้(ท่อที่มันขดอยู่ในน้ำเย็นที่ว่าน่ะ) แล้วเราก็จะได้เบียร์ืที่เย็นชื่นใจไหลรินลงมาสู่แก้วที่รออยู่นั่นเอง

 

ซึ่งเจ้าหน้าที่เค้าก็สอนสิ่งต่างๆดังนี้.......

(ทำให้ดู...ให้ลองทำ....และอธิบายไปด้วย)

  • วิธีการเช็คอุณภูมิของเบียร์ และการปรับก๊าซ
  • การถอดท่อต่อเพื่อเปลี่ยนถังเบียร์ และถังแก๊ซอย่างปลอดภัยและถูกวิธี
  • การรินเบียร์ให้ถูกวิธี เพื่อให้ได้รสชาติที่ดี และปริมาตรที่พอดี (สวยงามดูน่ากิน)
  • การทำความสะอาดส่วนต่างๆของระบบ (ข้อต่อ, หัวท่อ, สาย ฯลฯ)
  • การล้างแก้วและจัดเก็บแก้วในตู้เย็นเพื่อให้แก้วมีสถานะที่เหมาะสมที่สุดในการทำให้เบียร์อร่อยที่สุด(ว่าเข้าไปนั่น)

 

ซึ่งระหว่างที่ำทำไป...เค้าก็ให้ลองทำ....ลองริน..... ลองชิม......

(แบบที่รินถูกและรินผิดว่ารสชาติต่างกันอย่างไร)

(หลังๆเริ่มไม่รู้รส...เพราะเริ่มเมา...ฮ่ะๆๆ)(อะไรๆ ก็นุ่มไปหมด......เอิ๊กกก)

 

มันจะมีป้ายที่เอาไว้ไปแปะกะถังเบียร์เพื่อวัดอุณภูมิอ่ะ ซึ่งจะมีบรรญัติไตรยางของระดับแก๊ซที่เหมาะสมควบคู่มาด้วยอ่ะ

 Photobucket

 

 

 ระบบที่ว่ามันหน้าตาเป็นจั๋งซี่.....

Photobucket

 

 

การรินที่ดี ต้องตะแคงแ้วประมาน 45องศา เพื่อไม่ให้ก๊าซมันหลุดรอดออกมาจากเนื้อเบียร์ ...ซึ่งพอรินได้ระดับแล้ว จึงค่อยมาเติมฟองทีหลังอีกที

Photobucket

 

 

 

ซึ่งพอจบขั้นตอนต่างๆ เจ้าหน้าที่ก็จะให้ซักถามข้อสงสัยได้...และหลังจากนั้น เค้าก็จะให้กรอกเอกสาร เพื่อรับใบรับรองในการเทรนนิ่ง ซึ่งเค้าจะออกใบประกาศให้และส่งมาตามที่อยู่ที่เรากรอกไว้....นอกจากนี้......ที่ร้านก็จะได้ป้ายรับรองว่า ร้านนี้สามารถรินเบียร์ได้อร่อยเหาะ หรืออะไรก็ว่าไป....

 

(เอาไว้ไปสมัครโรงเบียร์จะได้มั้ยน้อ??.....เป็นผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกะการรินเบียร์เนี่ย)

 

 

 

ก่อนจบก็ขอแถมท้ายด้วยเกร็ดความรู้นิดหน่อย

  • ปริมาตรที่ดีของเบียร์ที่น่ากินคือ ประมาน 7:3 (เบียร์ 7 ส่วน/ ฟอง 3 ส่วน ของแก้ว)
  • เบียร์ทีดีและน่าดื่มต้องมาพร้อมแก้วที่เย็นและสะอาด
  • ถ้าเห็นฟองอากาศเกาะที่แก้วด้านใน(ในเนื้อเบียร์) แสดงว่าแก้วไม่สะอาดและมีคราบไขมันเกาะอยู่ที่แก้ว..ซึ่งนั่นทำให้ แก๊ซในเบียร์ สามารถไปจับติดกับตัวแก้วด้านในได้...(โอวว....เมก้าเคลเวอร์มาก)  
  • การรินเบียร์ที่ถูกวิธี.....(ที่เรามันจะเห็นเค้าตะแคงแก้วแล้วค่อยๆให้มันไหลอ่ะ) ถ้าทำได้ถูกต้องเบียร์จะมีรสชาตินุ่มละมุน...เพราะมีก๊าซอยู่ในเนื้อของเบียร์ที่รินออกมา.....
  • ถ้าผิดวิธี เบียร์จะมีรสขม...หรือออกรสชาติแปร่งๆ เผ็ดๆนิด...เพราะก๊าซได้หายออกไปจากเนื้อเบียร์แล้ว (อืมมม...เค้าบอกมาอย่างนี้อ่ะ...แต่ก็รู้สึกอย่างที่เค้าบอกจริงๆนะ)
  • วิธีทดสอบว่าเบียร์นี้รินมาได้อย่างถูกต้องหรือเปล่า (ดูว่าก๊าซยังอยู่ในอณูเนื้อของเบียร์หรือเปล่า) คือพอเบียร์มาเสริฟปั๊บ...ให้เอาช้อนไปคนเบียร์ซะ.....ถ้ารินมาถูกต้อง....ก๊าซยังมีอยู่ในเืนื้อเบียร์เต็มเปี่ยม....พอเราคนปั๊บ...ฟองจะฟ่อดขึ้นมาทันที (เพราะเราไปคนเบียร์ทำให้ก๊าซมันแตกตัวออกมาพร้อมกันอย่างรวดเร็ว จนเบียร์กลายเป็นฟองฟ่อดล้นขึ้นมาทันที
  • ถ้าเป็นเบียร์ที่รินมาแบบไม่ถูกวิธี.....คนไปปั๊บ.....ก็จะไม่มีอะไรเกิดขึ้น
  • (ที่ว่ามาทั้งหมดนี่....เฉพาะกะเบียร์สดนะจ๊ะ)

 

 

 

 

 

ปล.

อาทิตย์หน้าสอบวัดระดับแล้วง่ะ.....ก๋องแก๋งมากมาย

 

 

ปล.

พักนี้รู้สึกสายตาสั้นขึ้นแฮะ....มองเมนูไม่ค่อยเห็น...สงสัยเพราะนอนเช้าทุกวัน กะว่าถ้าว่างๆจะลองไปตรวจสายตาที่นี่ดู...เป็นประสบการณ์....แล้วถ้ามันสั้นนิดๆหน่อยๆ จะไปซื้อแว่นสายตาจากจีนจากร้านร้อยเยนมาใส่เล่นซะ

 

 

ปล.

พี่กิฟบอกว่า ให้เตรียมตัวไปเปิดแบงค์ใหม่อีกเล่มเพื่อโอนเงินค่าทำงานเข้าบัญชี เพราะเค้าคุยกะเจ้านายแล้วว่า ที่ก่อนหน้านี้ต้องไปทำที่ของสาขาไกลๆ (ของแบงค์ SMBC สาขาคามาตะ ที่บอยไปทำมาได้แล้ว....) มันลำบากและเปิดยาก..... ดังนั้นเค้าจึงจะขอให้เฉพาะร้านสาขานี้ไปเปิดอีกแบงค์ เป็นกรณีพิเศษ.....

(ซึ่งบอยก็ต้องไปทำ(ใหม่)ด้วย....)

 

ถุย....ชีวิต......

 

(ถ้าเปิดอีก.....กรูก็มีบัญชี 4 เล่มพร้อมบัตรกดเงิน 4 ใบแล้วอ่ะ....รับฟอกเงินซะดีมะ?)

 

 

ปล.

อยู่ดีวันนี้ก็รู้สึกคิดถึงม๊าป๊า อยากไปกินเอ็มเคด้วยกัน เหมือนตอนที่บอยกลับไปไทยจังแฮะ......คิดถึงๆๆ

 

 

ปล.

วันนี้ส่งของขวัญไปให้คนที่บ้านและคนที่ทวงของขวัญละ...ถ้าได้รับแล้วบอกด้วยน๊ะจ๊ะ

 

 

ปล.

พักนี้ติดหัวไชเท้าตุ๋นง่ะ........วันก่อนเอาหม้อหุงข้าวที่ได้จากน้องโอมาตุ๋นหัวไชเท้า ใส่หมูสับ พร้อมปรุงรสด้วยผงคนอหมู, โชยุ, มิริน, พริกไท....พอได้ที่(ไชเท้านิ่มสุดๆ) ก็ใส่ผักกาดขาวและเต้าหู้ไข่ตามลงไป แล้วก็ตักมาซัดซะ

 

อยากบอกว่าทำเต็มหม้อ....กลิ่นหอมจนคนทั้งห้องมาขอชิมด้วย (รวมทั้งเฮียพม่า)

....ทำหนึ่งหม้อ...กินทีเดียว.......หมด...เอิ๊ววววว.....

 

Comment

Comment:

Tweet

"..ใจดี ขี้เบื่อ หัวไว โรแมนติก.."

คงคล้าย ๆ กันน่ะ confused smile

#4 By momoocha on 2009-06-27 14:19

เอ๊ะ..คนที่ทวงของขวัญ?
ใครน้อ...จะใช่เราอ๊ะเปล่าน้า
ยังไม่เห็นมีอะไรส่งมานิ
ตื่นเต้น ตื่นเต้น ...


ถ้าไม่ใช่ก็หน้าแตกสิตรู!

#3 By เจ๊เดือนมิ.ย. (58.10.102.243) on 2009-06-26 18:25

ที่จิงเรื่องมันก็เครียดๆนะ แต่วิธีการเขียนของเอ็งทำให้หัวเราะได้บ้าง
ปล. คิดถึงเอ็งเหมือนกัน
ปล. ทำน้ำแกงแล้วแบ่งไปให้พี่สาวเอ็งบ้างป่าว
รักนะ จุ๊บๆ

#2 By ม๊าเอง (124.120.225.119) on 2009-06-26 15:14

น่าสนุกดีเนอะ รินเบียร์ ๆ confused smile

#1 By momoocha on 2009-06-26 07:10